Kwang's profileKwang's .... 360 degrees...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 05 3-Day Diet3 วัน น้ำหนักลด 2 ปอนด์
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Day 1
10:30am: 1 cup of tea
1pm: 1 slice toast, 1/2 cup tuna, 1 cup tea 3:45pm: 1 coke zero
6pm: 3 oz. any lean meat, 1 cup green beans,
1 cup carrots, 1 apple, 1 blueberry (1 piece!) No exercise :(
น้ำหนักลด 1 ปอนด์
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Day 2
2:30pm: 5 saltine crackers, 1 cup of tuna
3:10pm: water, 5pm: coke zero 7pm: 2 beef franks, 1/2 cup carrots, 1 cup broccoli
Exercise: 32 minutes eliptrical (280 Cal)
15 laps swimming น้ำหนักลด 0 ปอนด์
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Day 3
8:10am: 5 saltine crackers, 1 slice of american cheese, a banana, water
12:30pm: 1 hard boiled egg, 1 toast, 1 diet coke
5:30pm: 6oz tuna, 1/2 cup carrots, 1 cup cauliflower
Exercise: 50 situps, bedroom cleaning :P
น้ำหนักลด 1 ปอนด์
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
October 02 Google's Suggested Search Words for วันเกิดวันนี้เบื่อ ๆ ก็เลยนึกหาคำมา search google เล่น ก็ได้คำว่า "วันเกิด" เพราะช่วงนี้เพื่อน ๆ เกิดกันเยอะเหลือเกิน เวลาพิมพ์คำเข้าไปใน google เนี่ยะ มันจะมีคำใกล้เคียงหรือคำต่อท้าย มาแนะนำให้ สำหรับคำว่าวันเกิดเนี่ยะ ผลที่ได้เนี่ยะ ก็ทำให้กวางแปลกใจ เลยเอามาแปะให้ดูกัน ไม่ขอออกความคิดเห็นแต่อย่างใด ไม่ได้มีเจตนาโพส ด้วยความชื่นชอบ หรืออคติใด ๆ ทั้งนั้น แค่แปลกใจ August 27 อาทิตย์สุดท้ายของการฝึกงาน + พักผ่อนแฮะ ๆ ไม่ได้เขียนบล๊อกมานาน วันนี้ว่าง เลยเขียนยาว เขียนถึงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเวลาเยอะ ก็งี้แหละเนอะ
อ้อ พยายามแบ่งเป็นหัวข้อ ๆ ตามวันและเรื่องราวคับ โค้งสุดท้าย เพิ่งฝึกงานเสร็จไปเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว อาทิตย์สุดท้ายได้นอนน้อย เพราะพยายามทำงานให้เสร็จ แต่ก็ทำได้ไม่เยอะหรอก ส่วนใหญ่จะคิดโน่นคิดนี่ ไม่ค่อยมีสติ พอช่วงท้ายจริง ๆ เครียดจัด ก็ต้องพยายามจัดการกับตัวเอง ไม่งั้นคงไม่มีงานส่งเลย ก็ตั้งใจว่าต้องทำงานให้ได้ เลยเอา PostIt มาแปะไว้ที่จอ งานละอัน พอแปะครบก็เลือกอันนึง แล้วก็ทำให้เสร็จ ใช้เวลานานก็ต้องปล่อยวาง พยายามไม่คิดถึงอย่างอื่น เอาจนเสร็จ ดึงออกแล้วก็เริ่มงานใหม่ ได้ผลเหมือนกันนะ ถึงแม้จะทำงานได้ไม่หมดตามที่ตั้งใจ แต่ก็ทำให้สงบลง แล้วก็ทำงานได้
เตรียมพร้อม
วันที่ต้องพูดสรุปผลงาน มีคนต้องพูด 5 คน ใน 2 ชั่วโมง ซึ่งมีเวลาแต่ละคนน้อยมาก ก่อนเริ่มกวางก็รู้แล้วว่าต้องวุ่นวาย พอเริ่มต้นก็มีความขัดข้องทางเทคนิคเล็กน้อย เพราะผู้พูดและผู้ฟังกระจายตัวกันอยู่หลายสำนักงาน (ต่างรัฐเลยทีเดียว) ต้องตั้งระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่เรียกว่า คอนเนกท์ แต่ไม่มีใครเตรียมไว้ให้ ผ่านไป 15 นาที คนแรกถึงได้เริ่มพูด โชคดีที่มีคนนึงไม่สบาย (ขออภัย ไม่ได้อยากให้ใครไม่สบายหรอกน้าคร้าบ) เหลือ 4 คน ก็เลยได้เวลาประมาณเท่าเดิม กวางเป็นคนที่ 4 ก็ฟังชาวบ้านไปก่อน คนแรกที่เริ่มพูดมีวีดีโอ ซึ่งคอนเนกท์ไม่สามารถส่งสัญญาณได้เร็วพอ ดูวีดีโอไม่ได้ จึงหยุดพูดชั่วคราว เพื่อส่งตัววีดีโอ ให้คนฟังทาง email คนที่สองจึงเริ่ม แต่เกิดขัดข้องอีก เพราะใช้แลปทอปที่ไม่เคยลองคอนเนกท์มาก่อนแล้วมันไม่ทำงาน ก็ผ่านไปเป็นคนที่สาม ซึ่งใช้แลบทอปของคนอื่น ต้องให้เค้ามา login แถมต้องรอโหลดคอนเนกท์ ด้วยเวลาที่จำกัดก็เลยตกมาที่กวางเป็นคนที่ 4 แต่กวางเตรียมพร้อม พูดได้ทันที :D เลยไม่มีปัญหา แต่ตอนกวางพูด พวกที่ต้องพูดอีกสามคนก็ไม่ได้ฟังเลย เพราะมัวแต่แก้ปัญหาบนแลปทอปของตัวเอง
กวางทำงานไม่ค่อยตรงกับความสนใจของคนฟังเท่าไหร่ กวางเลยสรุป ๆ เอา ปรากฏว่าใช้เวลาแค่ 13 นาที จาก 24 นาทีที่เค้าให้
หลังจากสรุปผลงานเสร็จ ก็มีต้องไปพูดประกอบโปสเตอร์ให้คนในบริษัทที่สนใจฟังอีก แต่พอถึงตอนเย็น ก็(บังเอิญ)มีรางวัลรออยู่ ทางกลุ่ม เค้าจัดไปกินข้าวเย็น(อย่างหรู)ให้กับ พนักงานและเด็กฝึกงาน มีอาหาร แบบ 5 courses และมีการแสดงประกอบอาหาร เป็นกายกรรม ประกอบเรื่องราว มีคนร้องเพลงด้วย อาหารก็โอเค ไม่ได้อร่อยขั้นเทพ มีออเดิปเป็นของกินเล่นแปลก ๆ (Chevre, Fig & Melon) จานที่สองคือซุปมะเขือเทศ (Fire-Roasted Tomato and Red Pepper Soup) จานที่สามเป็นสลัด (Summer Salad Sensation) อาหารหลักมีให้เลือกหลายอย่าง กวางเลือก ปลาทูน่า (Grilled Wild-Caught Albacore Tuna) ส่วนของหวานเป็นพายพีช (Carmelized Peach Dartois) ซึ่งกวางกินไปนิดนึงก็ไม่กินต่อ เพราะอิ่มแล้วมันก็ไม่ได้อร่อยมาก แทบทุกคนที่นั่งโต๊ะกวางเลือกทูน่าเป็นอาหารหลัก แต่ได้แทบจะไม่เหมือนกันสักคน กวางได้ปลาชึ้นหนาแบบไม่ค่อยสุก บางคนได้ชึ้นบาง ๆ สุกมาก ๆ ซึ่งสรุปว่า อย่าไปเพราะอาหารเลย ไม่ประทับใจเท่าไหร่
แต่การเสดงเค้าดี โครงเรื่อง เป็นว่ามีพระราชินึ (แบบตลก ๆ) ซึ่งกำลังจะหาคนรัก แล้วก็มีให้ผู้ชม(ผู้ชาย)ร่วมแสดงด้วย แบบว่าเป็นการคัดเลือก เค้าก็จะเรียกขึ้นมา โดนไปสามคน แต่สุดท้ายคือพระราชินีเลือก เพื่อนสมัยเด็ก (นักแสดงด้วยกัน ที่ติงต๊องสุด ๆ) แล้วก็มีอีกหลาย ๆ คู่ที่ร่วมแสดง แต่ละคน หรือ แต่ละคู่ ก็จะแสดงกายกรรม มีคนนึงกวางชอบมากเลยเป็นผู้หญิงโหนเชือกได้เหมือนปีนบันได แล้วก็จัดระเบียบตัวเองดีมาก มีอีกคนที่แสดงเป็นเมด คุณเธอหน้าไม่แสดงสีหน้าตลอดงานเลย เก่งจริง ๆ อ้อ มีผู้ชมอีกคนที่ถูกลากขึ้นไปแสดง มีกะเทย (กวางว่าเป็นผู้ชายจริง ๆ แหละ แต่แสดงเป็นกะเทย) ลากขึ้นไป ตอนแรกก็จะจับเป็นคนรัก แต่สุดท้ายพลิกผัน ให้ถือพัด แบบจีน ๆ แล้วก็บอกว่า โห ถือพัดได้ธรรมชาติมาก ต้องเป็นกะเทยแน่ ๆ เลยจับแต่งหญิงซะเลย ตลกมากเพราะผู้ชายคนนี้ ดูยังไงก็ไม่กะเทย
โดยรวมแล้วกวางว่าเป็นที่ ๆ เหมาะที่จะไปกับแฟน เพราะขำ ๆ ไม่ซีเรียส แต่จะมีบางช่วงที่โรแมนติก เค้าเปิดเพลงเพราะ แล้วก็มีช่วงนึงที่เค้าเชิญให้ทุกคนขึ้นมาเต้นรำกันด้วย ถ้าใครอยู่แถวนี้ แล้วอยากหาอะไรทำให้ประทับใจแฟนก็พาไปได้ แต่แพงหน่อยนะ อิอิ
วันสุดท้าย มันยังไม่จบวัน สุดท้ายของการฝึกงาน จริง ๆ ไม่ควรจะต้องทำอะไรแล้ว เก็บของกลับบ้าน ซึ่ง supervisor กวางเค้าก็โทรมาคุย บอกว่าเค้าประทับใจกับผลงาน ถ้าจะให้เค้าเขียนจดหมายรับรองให้ก็บอก แล้วก็ให้ ติดต่อเค้าไว้เรื่อย ๆ กวางก็บอกเค้าว่าจะเขียน documentation แต่เค้าบอกว่าตามใจ แต่อยากกลับบ้านก็ได้ เค้าไม่ว่าอะไร กวางก็ ทำบ้างเล่นบ้าง แล้วก็ชวนเพื่อนไปเดินถ่ายรูปเล่นบ้าง พอเริ่มดึกก็เริ่ม เครียด ยังไม่มีอะไรเสร็จสักอย่างเลย ก็ตั้งใจทำงาน เอาให้มีอะไรเสร็จบ้าง พอห้าทุ่มก็ไม่ไหวแล้วกลับบ้าน แต่กวางดันไป สัญญากับคนที่กวางเคยแปลเอกสารให้ไว้ ว่าจะไปช่วยพูดภาษาไทยในวีดีโอเค้า เค้าส่งเอกสารมาให้แปลเพื่อใช้ในวันรุ่งขึ้น แปลแบบ translate-follow-body แล้วก็ให้พี่ตู่กับแพมดูให้ กว่าจะได้นอนก็ตีสาม ก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยได้นอนอยู่แล้ว เฮ้อ วันรุ่งขึ้น เค้านัดเก้าโมง ก็ต้องตื่นแปดโมง โดฟกาแฟ แล้วก็นั่งรถไป Bellingham ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไป ชั่วโมงครึ่ง แปลต่อให้เสร็จ ดูวีดีโอที่เค้าทำไว้คร่าว ๆ แล้วก็เสนอแนะบ้าง แก้ของตัวเองบ้าง กว่าจะได้เริ่มพูดก็บ่ายโมงกว่า อัดเสียงเสร็จสี่โมง ไม่ได้พักเลย ช่วงท้าย ๆ พูดผิดบ่อยมาก เพราะสมาธิมันไม่มีแล้ว เหนื่อยด้วย กว่าจะกลับถึงบ้านก็ห้าโมงครึ่ง บัญชาพาเพื่อน มาเที่ยว กวางก็เลยบอกว่าเดี๋ยวพาเที่ยวยูดับ กะว่าสักสองชม จะกลับมานอน ปรากฎว่าระหว่างเดินที่ ยูดับ Liz โทรมาขอให้พาไปส่งบ้าน เพราะรถเค้าเสีย กวางก็ว่าจะไปส่ง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ บัญชากลัวว่ากวางจะง่วงจนไปขับรถชนใครเค้าเข้า ก็้เลยอาสาไปส่งให้ พอส่งเสร็จก็ขับรถไปกิน เชียงเกอร์เม่ กวางสั่งซุปปลา บัญชาสั่งไก่ห้าดาว เพื่อนบัญชาสั่งใส้หมูทอด ปรากฏว่าของบัญชากับเพื่อนบัญชาหน้าตาเหมือนกันเลย มีพริกแห้งมาท่วมเชียว แต่อาหารอร่อยทุกอย่าง กินเสร็จก็กลับมาที่ตึก ของคณะกวาง กวางทำกาแฟให้เพื่อนบัญชากิน แต่ด้วยความที่ไม่ได้ทำมานาน มันคงไม่อร่อยสุด ๆ แต่เพื่อนบัญชาก็ดี พยายามกินจนหมด ไม่บ่นด้วย แต่ขอเอา กาแฟไปอุ่น (เอ่ม Latte อุ่นไมโครเวฟ เศร้าจัง) แล้วก็เล่น foosball กัน จนเที่ยงคืนถึงได้กลับบ้าน และวันต่อมา รุ่ง ขึ้นวันอาทิตย์ ตั้งใจไว้หลายอาทิตย์แล้วว่าจะไปวัด ก็เลยขุดตัวเองขึ้นมา ไปวัด สวดมนต์ ตักบาตร ทำบุญเสร็จก็กลับบ้าน ถึงบ้านบ่ายโมง ก็หลับจนห้าโมงเย็น หกโมงตื่นขึ้นมา เอาโคมไฟไปให้เพื่อนที่คณะที่ย้ายมาอยู่ตึกตรงข้าม เค้าทำขนมไว้ให้กิน honeydew อร่อยมาก หวานสุด ๆ แล้วกลับมานั่งดูพิธีปิดโอลิมปิกนิดนึงก็นอนต่อ พักผ่อน? วัน จันทร์ตั้งใจว่าจะเป็นวันพักผ่อน แต่ก็คิดไว้ว่าจะต้องทำบางอย่างให้เสร็จ คือ จ่ายค่าประกันรถกับค่าโทรศัพท์ของรูมเมท (ต้องโทรไปถามว่าต้องจ่ายเท่าไหร่) เอา rebate ไปส่ง แล้วก็จัดห้อง ตื่นสิบโมง ก็โทรเรื่องของรูมเมทเสร็จอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วก็หุงข้าวกับผัดเห็ดกินเป็นอาหารกลางวัน กินเสร็จคุยกับพี่น้ำตาลว่ามีเครื่องสำอางแจกที่ sephora ซึ่งไม่ไกล ก็เลยเดินไปเอา กะไว้ว่าได้แล้วก็จะเดินรอบโรงเรียนไปไปรษณีย์ แต่พอจะเดินฝนดันตกซะ ตอนแรกถอดใจจะกลับบ้านแล้ว แต่ก็บอกตัวเองว่า ฝนมันก็ตกตลอด ถ้าไม่ทำ ก็ไม่รู้จะทำตอนไหน ก็เลย ขึ้นรถเมล์ไป พอลงจากรถเมล์ฝนก็หยุดแล้ว ไปไปรษณีย์เสร็จก็เดินกลับไปที่ห้องพยาบาล นัดวันตรวจสุขภาพประจำปี ได้วันพฤหัส แล้วก็เดินกลับบ้าน กลับ มาถึงบ้านยังไม่บ่ายสามเลย ไม่อยากจัดห้อง ก็เลยรอฝนซาแล้วก็เดินไป barnes & nobel หยิบหนังสือนิยายมั่ว ๆ มาหนึ่งเล่ม นั่งอ่านจนหกโมงเย็น ได้ครึ่งเรื่อง ตัดใจกลับบ้านมา ทำไวไวกินครึ่งซอง มีไข่กับผักด้วย แต่ไม่ชอบไวไวเลย ไม่อร่อย กินเสร็จก็ยังไม่อยากจัดของอยู่ดีเลยนอนดีกว่า สรุปว่าได้พักผ่อนเนอะ ถึงจะหาเรื่องทำโน่นทำนี่เยอะไปหน่อย อาดินารีนจากอาทิตย์ก่อนคงยังอยู่ พักผ่อนอีก ? วัน อังคารตื่นมาเกือบเก้าโมง รอคนมาทำห้องน้ำที่บอกว่าจะมาตอนเช้า กินข้าวกลางวัน จนเที่ยงแล้วเค้าก็ยังไม่มา ก็เลยบอกรูมเมทว่าไปก่อนนะ ไปนั่งอ่านหนังสือเมื่อวานตั้งแต่เที่ยงจนบ่ายสาม จบพอดี แล้วก็ไปเดินเล่นที่ bartell แป๊บนึงก็กลับบ้าน เค้ามาทำห้องน้ำพอดี พอเค้าทำเสร็จก็เลยเอาน้ำให้เค้ากิน แล้วกลิ่นน้ำยามันเหม็น ๆ ก็เลยเอาจักรยานไปขี่เล่น ขี่ไปถึงที่ทำงานแน่ะ (แบบว่ายังคิดถึง อยากทำงานอยู่) ถึงแล้วนั่งพัก กินโค้ก แล้วก็ปั่นกลับ อากาศร่ม ๆ ดี ชอบ กลับมาถึงบ้าน กินไวไวอีกครึ่ง (จากเมื่อวาน) วันนี้ใส่ลูกชิ้นด้วย แล้วก็เริ่มจัดห้อง ย้ายโต๊ะ กับชั้นวางหนังสือ (หนักมาก) แล้วก็เอาของกอง ๆ ไว้บนโต๊ะก่อน เดี๋ยวค่อยมาจัดต่อ นอนดีก่า เฮ้อ อาดินารีนยังไม่หมด ปกติวันพักผ่อนกวาง กวางจะนอนดูหนังเฉย ๆ นะเนี่ยะ อ้อ หนังสือเรื่องที่อ่าน ชื่อว่า Sweet Spot ของ Susan Mallery เป็นหนังสือที่มีเรื่องก่อนหน้า และมีตอนต่อ กวางดันไปหยิบเล่มกลางมา แต่ก็อ่านรู้เรื่อง เค้าไม่ได้อ้างอิงเล่มก่อนมากนัก เป็นนิยายแนวโรแมนติก เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งจับได้ว่าสามีมีอะไรกับน้องสาวของเธอ ก็ทำเรื่องหย่าแล้วก็ไล่น้องสาว(อายุ 22)ออกจากบ้าน นางเอกเป็นเจ้าของร้านขายขนม แล้ววันหนึ่งพระเอกที่เป็นโค้ชฟุตบอลลูกติดก็เข้ามาในชีวิตเธอ เรื่องราวก็วุ่นวายขึ้น พระเอกกับนางเอกต้องดูแลเด็ก ๆ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ทำให้พระเอกกับนางเอกเข้าใจตัวเองและกันและกันมากขึ้น กวาง ชอบเรื่องนี้ตรงที่นางเอก เป็นคนที่มั่นคง อาจจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างแปลกไปหน่อย แต่ก็ยืนอยู่บนหลักของความถูกต้องและไม่กลัวว่าใครจะคิดกับเธออย่างไร แม้แต่กับพระเอกเอง ส่วนพระเอกก็มั่นใจในตัวเองสุด ๆ เหมือนกัน (ถึงขั้นหลงตัวเองได้) แต่อ่านแล้วก็เป็นคนที่ทำให้สาว ๆ หลงรักได้ง่าย ๆ มั่นใจในตัวเอง โรแมนติก แล้วก็เอาใจใส่คนที่รัก ... หมดเวลาพักผ่อนแล้ว
วันพุธ ตื่นเก้าโมงครึ่ง แต่วันนี้ต้องเริ่มทำงานแล้ว มี paper ต้องปั่น เดี๋ยวไม่เสร็จ แต่ยังไงวันนี้เย็นขอไปกินเกาหลีอร่อย ๆ กลับมาหัวเหม็น ๆ ก่อนน้า อิอิ July 27 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ... เมื่อวันก่อนลองเล่น podcast ดู (เชยมะ ยังไม่เคยใช้เลย อิอิ) มีอันนึงเป็นนิทานสำหรับเด็ก ฟังเพลิน ๆ ดี ก็เลยฟังไปทำงานไป ฟังไปหลายเรื่องเหมือนกัน แต่เรื่องที่สะดุดใจ คือ เรื่องที่ฟังมาตั้งแต่เด็ก ๆ "แจ็คผู้ฆ่ายักษ์" เชื่อว่า เด็กไทยเกืิอบทุกคนต้องเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน เนื้อเรื่องมีประมาณว่า แจ็คกับแม่ ฐานะยากจน วันนึงแจ็คจะนำวัวตัวสุดท้ายที่มีไปแลกเงินหรืออาหารมาเนี่ยะแหละ แต่ไปได้เม็ดถั่วที่มีคนบอกว่าเป็นสิ่งวิเศษมา แม่แจ็คโกรธมากเลยปาถั่วทิ้ง วันรุ่งขึ้น ถั่วนั้นกลายเป็นถั่วต้นใหญ่สูงสุดฟ้า แจ็คลองปีนขั้นไป พบบ้านยักษ์ แล้วก็ขโมยทองของยักษ์มา เอากลับมาบ้าน พอทองหมด ก็ปีนกลับขึ้นไปขโมย ไก่ที่ไข่เป็นทอง พิณทองร้องได้ สุดท้ายยักษ์ก็รู้ตัว แล้วก็ไล่ตามแจ็คลงต้นถั่วมา แต่แจ็คก็โค่นต้นถั่ว แล้วยักษ์ก็ตาย ที่สะดุดใจคือ นิทานเรื่องนี้มันสอนอะไร (ดีๆ) บ้าง May 03 ลดน้ำหนักแบบสบาย ๆ เคยเทียบน้ำหนักก่อนนอนแล้วก็หลังตื่นนอนหรือเปล่าคะ กวางชั่งมาหลายทีแล้ว นอน 8 ชม น้ำหนักลดไป 1 ปอนด์ อืม อย่างงี้ว่าง ๆ หาเวลานอนสัก 24 ชม ดีกว่า คง ลดได้สาม ปอนด์ อิอิ May 02 ง่วงจัง งานมากมาย ทำยังไงก็ไม่เสร็จ สัปหงกจน คอเคล็ด ง่วงนักหนา กาแฟดำ ช่วยไม่ได้ ไร้น้ำยา พรุ่งนี้หนา จะนอน ให้หนำใจ :-) mode: พรุ่งนี้มีงานส่ง :-) March 09 สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษเรื่อง วนิษา เรซ คัดลอกจาก Post Today บางครั้งในชีวิตประจำวัน เรารู้สึกว่ามีหน้าที่หลายอย่างที่เรา “ต้อง” ทำ ทั้งๆ ที่ขี้เกียจแสนขี้เกียจ หรือเหนื่อยแสนเหนื่อยแล้วจากการทำงาน เช่น การล้างจาน การท่องหนังสือ การจดจ่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แถมพ่อแม่หลายท่านในปัจจุบันนอกจากทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องมานั่งรับส่งลูกเรียนพิเศษเสาร์อาทิตย์อีก... สิ่งของเหล่านี้ดูธรรมดาและดูเหมือนเป็น “หน้าที่” ที่เราต้องกระทำ ทั้งๆ ที่บางครั้งทำให้เราหงุดหงิดพอควรเลย...ตัวหนูดีเป็นคนเกลียดการล้างจานมาก เพราะไม่ชอบความเหนอะของคราบอาหารและความสากมือหลังจากล้างจานเสร็จ ถึงขนาดมีกฎประจำใจเลยว่า ผู้ชายคนไหนจะมาขอหนูดีแต่งงาน หนูดีจะให้ล้างจานให้ดูก่อน...แถมอาจมีการเซ็นสัญญากันว่า หนูดียินดีทำอาหารทุกชนิดแต่ฝ่ายชายต้องรับอาสาเป็นผู้ล้างจาน...จนกระทั่งวันหนึ่งหนูดีได้ไปปฏิบัติธรรมในวิถีเซน การไปอยู่วัดครั้งนั้น ทุกคนต้องล้างจานเอง...พระสอนว่า เวลาล้างจานเราต้องการอะไรจากการล้างจาน...คำตอบของพวกหนูดี คือ เราต้องการให้จานสะอาด (แหม ถามอะไรตอบง่ายอย่างนี้ ก็มันชัดเจนอยู่แล้วใช่ไหมคะ)...แต่ท่านบอกว่า ตอบผิดค่ะ ...อ้าว ถ้าไม่อยากให้จานสะอาดแล้วจะล้างไปทำไมคะ หนูดีงงมาก...ท่านตอบว่า จากนี้ไป ขอให้ล้างจานเพื่อล้างจานได้ไหม... ทำไมต้อง “ล้างจานเพื่อล้างจาน” กว่าหนูดีจะเข้าใจและทำได้ก็ผ่านไปจากนั้นนานแสนนาน และทุกวันนี้หนูดีก็ยังฝึกเป็นประจำ...เคล็ดอยู่ตรงนี้เองค่ะ หากเราล้างจานเพื่อต้องการให้จานสะอาด ก็เหมือนกับเราโยนทิ้งปัจจุบันแล้วรอให้ความสุขเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปัจจุบันคือความทุกข์ที่ต้องอยู่กับจานสกปรก เราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อจานสะอาดแล้วเท่านั้น ...สรุปว่าใช้ชีวิตแค่กับเป้าหมาย รอให้เป้าหมายเป็นผลแล้วค่อยยอมปล่อยใจให้เป็นสุข แต่หากเราเปลี่ยนมาเป็นทำใจให้สุขในขณะล้างจาน จิตจดจ่ออยู่กับน้ำ ฟองน้ำและจาน...เป็นสุขอยู่ตรงนั้น ซึ่งหลังจากครั้งแรก พระท่านก็สอนที่สูงขึ้นไปอีกว่า จินตนาการดูสิว่า จานเป็นพระพุทธรูปและเรากำลังชำระล้างท่านให้สะอาดอยู่...น่ารักมากเลยค่ะ ไม่เห็นต้องรอวันสงกรานต์แล้วค่อยสรงน้ำพระ ถ้าคิดอย่างนี้ได้ ความสุขเล็กๆ ก็เกิดขึ้นได้ตลอดวัน ในการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุข...หนูดีคิดว่า เราต้องแยกให้ออกระหว่างวิถีและเป้าหมายก่อน ...คนส่วนใหญ่มักเอาความสุขไปผูกไว้กับ “เป้าหมาย” แต่หลงลืมว่า เวลาเกือบทั้งหมดในชีวิตอยู่ที่ “วิถี” ในการไปถึงเป้าหมายนั้น เหมือนเมื่อก่อนหนูดีตั้งเป้าไว้ว่า จะเรียนให้ได้คะแนนดีๆ ให้ได้เกียรตินิยม...และระหว่างภาคเรียนจะต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหนหนูดีไม่มีหวั่น เพราะเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนมาก...พอสอบเสร็จโล่งอกสบายใจ ได้เกรดดีๆ ก็ดีใจอยู่แผล็บเดียวเดี๋ยวก็เปิดเทอมอีกแล้ว...จะเป็นจะตายต่อไปอีกเทอม...พอมาดูจริงๆ แล้วเรียนปริญญาตรีเราจะได้เห็นเกรดตัวเองหลักๆ ก็ 8 ครั้ง โอ้โห เวลา 4 ปี จะยอมให้ตัวเองมีความสุขใหญ่ๆ แค่ 8 ครั้ง ก็ดูเป็นชีวิตที่เศร้าสร้อยไปหน่อยนะคะ ดังนั้น การกลับมาปรับ “วิถี” ให้เรามีสุขขึ้นในระหว่างทางกลับทำให้ดัชนีความสุขมวลรวมของชีวิตเราพุ่งสูงขึ้นอีกมาก เมื่อหารเฉลี่ยแล้วทั้งชีวิตเราน่าจะมีความสุขขึ้นอีกมากนะคะ ...เดี๋ยวนี้หนูดีเลยมีกฎในการใช้ชีวิตว่า “วิถีคือเป้าหมาย” พูดง่ายๆ ว่า การทำใจให้สุขเป็นประจำวัน มีสุขในวิถี นั่นแหละคือเป้าหมายของหนูดี ส่วนเป้าหมายใหญ่ๆ ภายนอกก็ยังมีอยู่ค่ะ ไม่ได้ทิ้งหายไปไหน หนูดียังคงวางแผนชีวิตและมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่เช่นเดิม...อาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเป้าหมายเหล่านั้นไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะตัวหนูดีคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ยังรวมคนอื่นๆ ในสังคมเข้ามาอีกด้วย และหนูดีไม่รอให้ “เป้าหมายสำเร็จ” แล้วค่อยเป็นสุข...ไม่มีกฎอะไรกำหนดนี่คะว่าต้องรอ ก็เลยขอเป็นสุขเรื่อยๆ ดีกว่า ท่าน ติช นัท ฮันท์ พูดเรื่องนี้ไว้ดีมาก...หนูดีเอามาเขียนเตือนใจตัวเองหน้าหนังสือ “ขอบคุณสรรพสิ่ง” ที่เขียนก่อนนอนเลยค่ะว่า “ปาฏิหาริย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ แต่ปาฏิหาริย์คือการเดินอยู่บนผืนดินและมีความสุขในทุกย่างก้าว” หนูดีเห็นด้วยอย่างมาก เพราะชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง “ธรรมดา” เช่น ตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน ขับรถไปทำงาน กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมาก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ...หน้าตาเราหรือก็ธรรมดาๆ...ใช่ค่ะ เราส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น แต่ถ้าความ “ธรรมดา” นี้หมดไปล่ะคะ เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือสามีเราถูกรถชนตาย หรือเราถูกไล่ออกจากงานที่เราเบื่อแสนเบื่อ...เรื่องก็จะ “ไม่ธรรมดา” ไปในทันที และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ “ธรรมดา” จนใจแทบจะขาด...หนูดีไม่ได้พูดเองเออเองนะคะ แต่เพราะหนูดีอยู่ในอาชีพที่ได้เห็นความพลัดพรากสูญเสียในครอบครัวมาเยอะมาก จนเกิดเป็นกฎประจำใจเลยว่า ให้เรารีบชื่นชมกับความ “ธรรมดา” ที่เรามีและใช้ชีวิตประหนึ่งว่า สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล เพราะสิ่งธรรมดาๆ แท้จริงแล้วคือสิ่งที่พิเศษที่สุดแล้วค่ะ January 13 Sunny Sunday in Seattle :)บ่ายสามแล้ว ตอนนี้ก็นั่งทำงานอยู่ที่โรงเรียน แอบขี้เกียจนิดนึง แต่วันนี้ ซีแอทเทิล สดใสมากเลย ทำให้สดชื่นขึ้นมาก ๆ ลองคิด ๆ ดู ถึงเราต้องนั่งทำงานงก ๆๆๆ แต่เราก็ไม่ต้องไปตากแดดตากลมอดหลับอดนอน (ถ้าเลือกที่จะไม่ทำเอง) ที่ไหน รูปออกมาไม่สวยเท่าที่เห็นด้วยตาเลยอ่ะ มองเองจริง ๆ เห็นเทือกเขาชัดกว่านี้เยอะ สุขสันต์วันอาทิตย์คับ 4:30pm พระอาทิตย์เริ่มตก ภูเขาขาว ๆ กลายเป็นสีชมพู ฟ้าสลัวนิด ๆ บรรยากาศดี October 11 "Gotta Have You" by The WeepiesBeautiful rhyming song :)
Gotta Have You
The Weepies
Gray, quiet and tired and mean Picking at a worried seam I try to make you mad at me over the phone. Red eyes and fire and signs I'm taken by a nursery rhyme I want to make a ray of sunshine and never leave home (*)No amount of coffee, no amount of crying
No amount of whiskey, no amount of wine Nonononono, nothing else will do I've gotta have you, I've gotta have you. The road gets cold, there's no spring in the middle this year
I'm the new chicken clucking open hearts and ears Oh, such a prima donna, sorry for myself But green, it is also summer And I won't be warm till I'm lying in your arms (repeat *)
I see it all through a telescope: guitar, suitcase, and a warm coat
Lying in the back of the blue boat, humming a tune... (repeat *,*)
I've gotta have you, I've gotta have you, I've gotta have you.
October 03 30 ความจริงที่ผู้หญิงเถียงไม่ได้ (from CLEO)Original: http://www.aromdee.net/pic_upload/Sep07/p2243_1.jpg ตัวแดง ๆ คือ ความเห็นกวางเอง อิอิ 1.ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนแต่มีของ 4 อย่างที่ผู้หญิงต้องหยุดดู..ตุ้มหู กระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้า 2.ผู้หญิงชอบกินเค้กช็อกโกแลตและชอบบ่นว่าาตัวเองอ้วน 3.เวลาเธอถามว่าเธออ้วนไปหรือเปล่า? ถ้าคุณตอบว่าเปล่า เธอจะไม่เชื่อ แต่ถ้าคุณตอบว่าอ้วน เธอก็จะโกรธ 4.หากจะอธิบายเรื่องเวรกรรมให้ผู้หญิงเข้าใจให้ยกเรื่องสลิปบัตรเครดิตมาเป็นตัวอย่าง 5.ผู้หญิงชอบให้คนมาจีบ แต่ไม่ได้ชอบทุกคนที่เข้ามาจีบ 6.ผู้หญิงเกิดมาคู่กับครีมทาผิวและโฆษณาครีมทาผิวทุกตัวได้ผลเสมอ 7.ผู้หญิงไม่เคยเหน็ดเหนื่อยจากการเดินช็อปปิ้ง และหากนับก้าวระหว่างที่เธอเดิน คุณคงไม่เชื่อในระยะทางที่วัดได้ 8.เวลาที่ผู้หญิงบอกว่าไม่มีอะไร แปลว่ามีอะไร และผู้ชายไม่รู้หรอก (เฉลยไปเลย) 9.เวลาผู้หญิงร้องไห้ เธอจะต้องการการปลอบโยน แต่ถ้าไปถาม เธอจะบอกว่า "ไม่ต้อง" 10.ผู้หญิงสนใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลายของกระเป๋าหรือตุ้มหู อย่าถามความเห็นของคุณผู้ชายเลยเพราะเขามองไม่ออกจริงๆ 11.ผู้หญิงใช้ลิปสติกไม่เคยหมดแท่ง 12.ผู้หญิงชอบสมัครฟิตเนสและจินตนาการว่าตัวเองจะฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นในสามเดือนข้างหน้า แต่หลังสมัครเสร็จเธอจะแวะไปที่ร้านกิฟท์ช็อปที่อยู่หน้าฟิตเนสและนานๆ จะมาที่นี้สักที 13.ผู้หญิงเกิดมาคู่กับดอกไม้ เมื่อได้รับดอกไม้ยิ่งช่อใหญ่ยิ่งดี 14.ผู้หญิงจำวันทุกวันเก่งมาก ไม่ว่าจะเป็นวันแรกที่เจอ วันแรกที่คบ วันครบรอบ วันเกิด และวันอะไรอีกมากมายและนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เธอทะเลาะกับแฟน 15.ผู้หญิงชอบอ่านดวงในแมกกาซีนและบอกว่าแม่นมาก โดยที่ผู้ชายไม่ค่อยเชื่อ 16.คำขอโทษที่ดีที่สุดคือ "ไปช็อปปิ้งมั้ย?" 17.ผู้หญิงไม่รู้ว่าที่เปิดกระโปรงรถอยู่ไหน เพราะไม่รู้ว่าจะเปิดมันไปทำไม หรือถึงเปิดเป็นก็ไม่รู้จะทำอะไรกับมันดี 18.เวลาทะเลาะกัน เธอจะบอกว่าไม่ต้องโทรมาอีกแล้ว แต่หลังจากวางหู เธอจะหันไปมองโทรศัพท์มือถือบ่อยๆ พอกลับมาดีกัน เธอจะต่อว่าๆ พอกลับมาดีกัน เธอจะต่อว่า ว่าตอนนั้นทำไมไม่โทรมา (อ้าว) 19.ผู้หญิงสนใจเรื่องราวของเพื่อนเรากับแฟน(ของเพื่อนเรา)มากกว่าตัวเรา(ที่เป็นเพื่อนมันจริงๆ)เสียอีก 20.ผู้หญิงกินข้าวเป็นมื้อจริงๆ น้อย กินขนมระหว่างมื้อเยอะ 21.ผู้หญิงผมตรงอยาผมหยิก ผู้หญิงผมหยิกอยากผมตรง 22.กระเป๋าถือของผู้หญิง มีน้ำหนักมากกว่าสายตาประเมิน และข้างในบรรจุของไว้มากมาย แม้เธอจะไม่ใช้ทุกอย่างก็ตาม 23.เวลากลุ่มเพื่อนผู้หญิงนัดกัน มักจะเม้าท์เรื่องของแฟนอย่างสนุกสนาน ผู้ชายรู้ดีเลยแค่ขับรถไปส่งแล้วค่อยไปรับตอนจะกลับอีกครั้ง 24.ตุ๊กตาส่วนใหญ่ไม่มีปาก เพราะมีผลการวิจัยว่า การไม่มีปากทำให้ผู้หญิงรู้สึกเหมือนว่าตุ๊กตากำลังรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของธอ ไม่ว่าเธอจะรู้สึก สุข เศร้า เหงา และรัก 25.ในที่ทำงาน มักจะมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ไม่ค่อยถูกกับเพื่อนร่วมงานผู้หญิงด้วยกัน อย่างน้อยก็คู่หนึ่งละ 26.เวลาผู้หญิงนินทากันเอง แม้ผู้ชายจะทำหน้าเฉยๆ แต่ก็อยากรู้อยู่เหมือนกัน 27.ผู้หญิงทุกคนต้องมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ขึ้นไป และเมื่อถึงสี่ตู้เมื่อไหร่จะเริ่มบริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ใช้ให้คนอื่น และตอนที่เริ่มโละของจะมีประโยคประเภท "เสื้อตัวนี้ยังไม่ได้ใส่เลย!!!" 28.ผู้หญิงมีเคล็ดลับในการแสดงความเป็นเจ้าของ เช่นติดรูปถ่ายคู่ไว้ในกระเป๋าตังค์ของเขาเอาตุ๊กตาไว้หน้ารถเขา วางตุ้มหูระยิบระยับไว้ที่ห้องรับแขกในบ้านเขา ถือเป็นสิ่งเล็กน้อยที่แฝงไปด้วยเทคนิคล้ำเลิศ 29.เริ่มต้นวันใหม่ด้วยประโยค "วันนี้คุณสวยจัง" จะทำให้เธออารมณ์ดีไปทั้งวัน 30.ดูเหมือนว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบช็อปปิ้ง ฝันอยากขึ้นปกแมกกาซีนและอยากรักกับพระเอกฮอลลีวู้ด แต่ความจริงคงยากที่ชีวิตจริงจะเป็นอย่างนั้น ผู้หญิงทุกคนจึงมีอีกความฝันเล็กๆ อีกอันซ่อนอยู่ นั่นก็คือ การได้ทำกับข้าวเย็นให้แฟน นั่งดูทีวีด้วยกันตอนค่ำ นอนกอดกันตอนหลางคืน ตื่นมาจัดที่นอนและตื่นขึ้นมาเตรียมข้าวเช้าให้ และอยากให้เขาบอกว่า "ผมรักคุณ" และหอมแก้มหนึ่งทีก่อนไปทำงาน (คุณว่าจริงมั้ย) สรุป September 24 เพลงนี้ฟังแล้ว งงดีพี่โต เอามาให้ฟัง
ฟังครั้งแรกเฉย ๆ มาก แถมงงกับเนื้อร้องสุด ๆ
ฟังไปสองรอบเรื่มชอบ ตอนเค้าร้องสลับกัน มันลงตัวมั่กมาก
ฟังไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าเนื้อร้องสละสลวย คล้องจองกันดี แต่สุดท้ายก็ยัง งง กับความหมายอยู่ดี อิอิ
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบหนัง ทำให้รู้สึกอยากดูหนังเลยอ่ะ จะได้เข้าใจเพลงมากขึ้น
เพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ นั่งคนเดียว แล้วมองกระจก ฟังเพลงเดิมๆที่เรารู้จัก * หากความรักเกิดในความฝัน ** แต่อยากให้เธอได้พบกับฉัน ทบทวนเรื่องราวต่างๆทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน (* , **) , (* , **)
August 05 ขนมจีนป้าทองดีชื่อหนังสือ ขนมจีนป้าทองดี ผู้แต่ง กีรตี ชนา
วันนี้อ่านนิยายที่ยืมมาจากห้องสมุดของ UW แอบไปดูมา มีหลายเล่มเหมือนกันนะ แต่กวางว่าก่อนกลับเมืองไทยกวางคงอ่านหมดแน่ ๆ อิอิ ก็ตั้งใจว่าจะอ่าน ไทยกับอังกฤษสลับกัน จะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษให้คล่อง ๆ แล้วก็เปิดหูเปิดตา ขยายแนวหนังสือที่อ่านไปจากนิยายน้ำเน่าของไทยด้วย (ไปนิยายน้ำเน่าของฝรั่ง อิอิ)
เริ่มอ่านตอนเที่ยง ยืมหนังสือเสร็จก็นั่งรถเมล์มา Downtown เพื่อมาทำงาน เดี๋ยวนี้อ่านหนังสือบนรถเมล์แล้วจะเวียนหัว (แต่ก็ยังดันทุรังอ่าน) พอมาถึงที่ทำงาน จัดการให้โปรแกรมมันทำงานแล้วก็นั่งอ่านต่อ ตอนนี้หกโมงเย็นอ่านจบแล้ว มี 400 หน้า (แหม ถ้าอ่านหนังสือเรียนได้อย่างนี้ก็ดีสินะ)
เรื่องย่อ
เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ น้อย ผู้หญิงอายุ ยี่สิบสามปี ที่เพิ่งออกจากคุก สาเหตุของโทษจำคุก 5 ปีคือข้อหาฆ่าคนตาย คนที่ถูกฆ่าคือที่ข่มขืนน้อย เมื่อหมดโทษ น้อยก็ต้องการไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่จะสบายใจ ไม่ต้องมีความหลังมารบกวน จึงเดินทางมาหมู่บ้านห่างไกลในต่างจังหวัด ตามที่คนดูแลในคุกฝากฝังให้ญาติหางานให้ และก็ได้ทำงานกับหญิงชราขายขนมจีน ชื่อป้าทองดี ซึ่งเป็นคนใจดี และทำให้น้อยรู้สึกอบอุ่นในเวลาไม่นาน
น้อย เป็นคนน่าสงสาร พ่อแม่ทิ้ง ถูกข่มขืน แต่ก็เป็นคนจิตใจดี คอยเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น เมื่อมาอยู่ที่ใหม่ ก็ขยันขันแข็ง ตั้งใจทำงาน จริงใจกับคนรอบข้าง จนชนะใจป้าทองดีกับพี่สีดา หลานสะใภ้ของป้าทองดี แต่ชัยยศหลานชายของป้าทองดีไม่ไว้ใจน้อยจนสีบหาประวัติ และเปิดโปง แต่ป้าทองดีและสีดาก็ไม่ได้รังเกียจน้อยแต่อย่างใด น้อยเอาใจใส่ป้าทองดี จนรู้ความลับของป้าทองดีเรื่องระวี ลูกชายของป้าที่หายไปเนื่องจากรู้สึกผิดที่พาลุูกศิษย์ไปตายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่แท้จริงแล้ว ระวีหลบอยู่ในป่าหลังร้าน ไม่ยอมพูดคุยหรือปรากฎตัว ป้าทองดีรู้ว่าระวีอยู่ในป่า ก็คอยเอาอาหารแห้งมาวางให้ลูกอยู่เรื่อย ๆ อย่าลับ ๆ และมีความหวังว่าลูกจะกลับมาอยู่ดัวยกัน
ป้าทองดีประกาศขายร้านขนมจีนมาตั้งแต่ระวีหายไป เนื่องจากต้องการนำเงินไปสร้างโรงเรียน ซึงเป็นความฝันของระวี และอยากให้ระวีออกจากป่ามาสอนหนังสือ แต่ด้วยราคาที่สูงสำหรับคนระแวกนั้นจึงไม่มีใครซื้อ น้อยเสนอให้มีการประกวดเขียนจดหมายแข่งขัน เนื้อความว่า ทำไมตนถึงเหมาะที่จะได้ร้านนี้ ค่าสมัครสองร้อยบาท ถ้ามีคนสมัครห้าร้อยคนก็จะได้ราคาที่ป้าทองดีอยากได้ ในขณะเดียวกันสีดาซึ่งรักการร้องเพลงและเคยชนะการประกวด ก็ได้รับการสนับสนุนจากน้อยให้ประกวด สีดาอยากร้องเพลงมานานแต่ชัยยศ สามีของสีดา เคยคัดค้าน ทำให้สีดาไม่กล้า แต่ด้วยแรงเชียร์และเหตุผลจากน้อย จึงมีความมั่นใจไปประกวด พร้อมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องขายร้าน
ความคิดของน้อย ทั้งเรื่องร้าน และการร้องเพลงของสีดาเป็นจริง สีดาชนะการประกวด และมีผู้สมัครแข่งขันกรประกวดร้านมากมาย ในขณะเดียวกันน้อยก็มีโอกาสได้พบกับระวีที่ป่าหลังร้าน ซึ่งไม่เคยเอ่ยคำใดให้น้อยได้ยิน น้อยจึงเป็นฝ่ายพูดฝ่ายเดียว น้อยเอาใจใส่ดูแลระวีโดยไม่บอกป้าทองดีเพราะป้าทองดียังปิดเรื่องระวีเป็นความลับ อีกทั้งพยายามห้ามไม่ให้น้อยเข้าไปเดินในป่า
เรื่องการประกวดของร้านได้รับความช่วยเหลือจากสถานีวิทยุที่สีดาเข้าประกวดให้ การประกาศเรื่องนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีสถานีโทรทัศน์มาสัมภาษณ์ป้าทองดี ขจรจบ ช่างภาพที่มากับคณะสัมภาษณ์ชอบน้อย และทำให้น้อยรู้สึกอบอุ่น เมื่อใกล้ถึงกำหนดประกาศรางวัลร้านป้าทองดี ระวีเกิดไม่สบาย เป็นไข้หวัด น้อยเข้าไปพบจึงเป็นห่วงอย่างมาก หลังจากเอายาและอาหารไปให้ ก็ตัดสินใจเล่าเรื่องให้ขจรจบฟัง ขจรจบขอเข้าไปในป่ากับน้อยสองครั้งและก็เป็นสุภาพบุรุษในคืนที่ต้องค้างอยู่ในป่าด้วยกันเพราะฝนตกหนัก และยังชวนน้อยไปเปิดร้านถ่ายภาพด้วยกันที่บ้านเกิด ภายหลังขจรจบได้รับการบอกเล่าประวัติของน้อย แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ
ป้าทองดีรู้เรื่องที่น้อยเข้าป่า และคิดว่าน้อยไปนอนกับระวีจึงโกรธมาก ถึงกับด่าและตบหน้าน้อย น้อยเสียใจหนีไปอยู่วัด และในขณะเดียวกันเงินสองแสนกว่าที่ได้มาจากการประกวดก็หายไป ทำให้น้อยตกเป็นผู้ต้องสงสัย ตำรวจเข้ามาค้นในระแวกนั้น สีดาตามน้อยพบที่วัด ตำราจตามสีดามาและจับตัวน้อยไป แต่ป้าทองดีขอให้น้อยไปบอกให้ระวีหนี
ตอนจบน้อยไถลลื่นเกือบตกน้ำตก ในระหว่างที่กำลังโกลาหล ระวีจับมือน้อยไว้ ขจรจบจะเข้ามาช่วย แต่น้อยกำลังคิดถึงลูกที่น้อยปล่อยให้ตายในอ่างอาบน้ำ เพราะน้อยเสียสติหลังจากถูกข่มขืนครั้งที่สองโดยผู้ชายคนเดิม ก่อนที่น้อยจะฆ่าผู้ชายคนนั้นและถูกจับ น้อยกำลังคิดว่า น้อยจะปล่อยมือ ปล่อยให้ตัวเองตกน้ำ เพื่อปลดปล่อยความทุกข์ที่ตามน้อยมาตลอดเวลา หรือจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดูเหมือนจะเป็นหนทางที่สดใส
ป้าทองดีเลือกผู้หญิงคนหนึ่งที่บอกว่าต้องการร้านเพราะจะสู้เพื่อลูกให้เป็นคนรับสืบทอดร้านขนมจีนต่อไป
หนังสือจบแค่นี้ เป็นการจบแบบให้คิดว่าน้อยจะทำอย่างไร เสน่ห์ของหนังสือเรื่องนี้ คือ การดำเนินเรื่องที่ค่อย ๆ เปิดปมปัญหาต่าง ๆ ของชีวิตของน้อยและคนรอบข้าง หนังสือเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร ชีวิตคือทางเลือกของเรา August 01 I love these ...They are mostly soundtracks. :-) Way Back Into Love: Gabrielle - Out of Reach
Cardigans - Erase and Rewind
Beach Boys - Don't Worry Baby
เพลงสอนใจ ทาทา - ไม่รักตัวเอง
Rose - ก้อนหินก้อนนั้ July 29 Divorce letters [forward email] & Thai Proverbsได้ ฟอร์วาร์ด มาจากใครก็ไม่รู้ (ไม่รู้จักจริง ๆ นะ) แต่ตลกดี เลยเอามาแปะไว้ให้อ่านกัน
> >Dear Wife:
> >I'm writing you this letter to tell you that I'm leaving you for > good. I've been a good man to you for seven years and I have nothing to > show for it. These last two weeks have been hell. Your boss called to tell > me that you had quit your job today and that was the last straw. > > > >Last week, you came home and didn't even notice that I had gotten a new > hair cut, cooked your favorite meal, and even wore a brand new pair of silk > boxers later that night. > > > >You came home, nibbled at your food for two minutes, and went straight to > sleep after watching all of your soaps. You don't tell me you love me > anymore, you don't want sex anymore or anything. Either > >you're cheating on me or you don't love me. Whichever is the case,,,,I'm > gone. > > > >Signed, > > > >Your EX-Husband > > > >P.S. Don't try to find me. Your sister and I are moving away to West > Virginia together. Have a great life! > > >------------ --------- --------- --------- - ------------------------------
> > >
> >Dear Ex-Husband: > >Nothing has made my day more enjoyable than receiving your letter. It's > true that you and I have been married for seven years, although a 'good > man' is a far cry from what you've been. I watch my soaps so much because > they drown out your constant whining and griping. It's just too bad it > doesn't work. > > > >Yes, I did notice when you got a hair cut last week,,,and actually the > >first thing that came to my mind was "You look just like a girl",,, but my > mother raised me not to say anything at all if you can't say anything > nice. And when you cooked my favorite meal, you must have gotten me > confused with my SISTER, because I stopped eating pork seven years ago. > > > >I turned away from you when you had those new silk boxers on because the > price tag was still on them. I prayed that it was just a coincidence that > my sister had just borrowed fifty dollars from me that morning and your > silk boxers were $49.99... > > > >After all of this, I still loved you and felt that we could work it > out. So when I discovered that I had hit the lotto for twenty million > dollars, I quit my job and bought us two tickets to Hawaii. But when I got > home you were gone. Everything happens for a reason I guess. I hope you > have the fulfilling life you've always wanted. > > > >My lawyer said > >with the letter that you wrote, you won't get a dime from me. So take > care. > > > >Signed: > >Rich As Hell and Freeeeeeeeeeee! > > > >P.S. I don't know if I ever told you this but my sister 'Carla',,,was born > Carl. I hope that's not a problem for you. > > > > Don't get caught with egg on your face. Play Chicktionary! > > > >------------ --------- --------- --------- - ------------------------------
อ้อ เมื่อวานไปบ้านพี่ณิต ก่อนกลับ เล่นทายสำนวนไทยกัน ได้ความรู้ใหม่ ๆ ด้วย
ลองทายกันนะ ว่าสำนวนข้างล่างนี้หมายความว่ายังไง คำตอบอยู่ข้างหลังสำนวนนั้น ๆ ลอง highlight ดูนะ
( อันนี้ตลกดี ลองพูดดูสิ ) โง่แล้วอยากนอนเตียง แปลว่า โง่แล้วไม่เจียมตัวว่าโง่ ทำในสิ่งที่ไม่รู้ ดังคนโง่ที่ขึ้นไปนอนเตียง ไม่รู่ว่าทางไหนหัวนอน ทางไหนปลายเตียงจับเปาะ หมายถึง ตรงเป้า เช่น ต่อยจับเปาะเข้าที่ปลายคาง
ถลำล่องชักง่าย ถลำใจชักยาก แปลว่า ก้าวเท้าถลำชักเท้าขึ้นง่าย แต่ถลำรักหักห้ามได้ยาก
ใครมีสำนวนแปลก ๆ อีกมั่ง มาเล่าให้ฟังบ้างนะ :)
July 20 เด็กมีปัญหา (หา) ... หา แฟนไม่ได้เลยเธอชอบท่าเต้นของโฟร์กะมด อ่ะ เพลง เด็กมีปัญหา โฟร์ มด credits: RS โดดเดี่ยว อ่ะ เดียวดาย จนทำใจไม่ไหวแล้ว ดึก ๆ วุ่นวายใจ จะทำไง ใช่ป่ะ ด่วนๆ จะมีใคร อ่ะมีใคร คนไหนน่ะ โดด ๆ มาดูใจ มาดูใจให้ป่ะ * มันขาดคนคอยเทคแคร์ กลัวโดนรังแกด้วยสายตา โอ๊ะโอย น่ากลัวเหลือเกิน ก้อมันอ่อนแอนี่น่า ช่วยส่งคนมารักที **เด็กมีปัญหา หา หา แฟนไม่ได้เลยเธอ ปล่อยใจก็เผลอ เผลอ เผลอ เที่ยวไปรักใครๆ ก็เลยต้องหา หา หามาควบคุมใจ เป็นเธอได้ไหม ยัย ยัย ช่วยมารักรักกันก้อจะดี ขยับมามองตา อ่ะ มองตากันนิดนะ เขยิบ เข้ามาเลย เข้ามาเลย ได้ป่ะ บอกก่อน ถ้าเอาจริง ต้องเอาใจเข้าไว้นะ บอกหน่อยว่าใจจริง น่าจริงใจ ใช่ป่ะ *,**,*,**,**
มีอีกเวอร์ชั้น ซึ่งแปลงมารับกับข่าวใหญ่ที่ออกมาไม่นาน
ชื่อเพลง หงิกมีปัญหา
ขับรถ มีราคา แต่ปัญญา มันคงน้อย
โดนปาด ขูดเป็นรอย ต้องตามต่อย บ้าป่ะ โบกโบก ลงมาคุย ลงมาลุย กันไหมวะ เตะต่อย เลือดกระจาย ไม่หนำใจ เขาว่ะ *มันขาดคนคอยป้อนยา มาโดนคนด่าก็แค้นใจ โอ๊ะ โอ น่ากลัวเหลือเกิน เบ็นซ์พุ่งไปบนฟุตบาท อ้างออกมาว่าผีทำ ..... (ผีไรวะ)
(ไอ้) หงิกมีปัญหา หาหา มันอย่างบ้าเลยเธอ ระวังอย่าเผลอๆๆ มันจะทับเราตาย มีการศึกษา หนา หนา ไม่ได้ช่วยอะไร คนจนปวดใจ ยัย ยัย ก็ต้องแพ้เส้นใหญ่ทั้งปี อ่ะ ออกข่าว ด่าคนจน ว่าเป็นคน ศึกษาน้อย ไอ้คน ที่มันถ่อย ไล่เตะต่อย อ่ะใครหว่า คนจน ผิดอะไร หรือเพราะไร้ การศึกษา คนรวย เรียนมาดี ทำตัวงี้ แย่ว่ะ พ่อหงิกเคืองจนหน้าแดง ลูกโดนรังแกจนขาชา โอ๊ะ โอ น่ากลัวเหลือเกิน พ่อมันเส้นใหญ่นี่หว่า โวว่าจะได้เห็นดี ..... ** หงิกมีปัญหา หาหา มันอย่างบ้าเลยเธอ
ระวังอย่าเผลอๆๆ มันจะทับเราตาย มีการศึกษา หนา หนา แต่ไม่ช่วยอะไร คนจนปวดใจ ยัย ยัย ก็ต้องแพ้เส้นใหญ่ทั้งปี ซ้ำ *
หงิกมีปัญหา หาหา มันอย่างบ้าเลยเธอ ระวังอย่าเผลอๆๆ มันจะทับเราตาย หงิกมีปัญหา หา หา แต่ว่าพ่อมันใหญ่ คนจนปวดใจ ยัย ยัย คงไม่แคล้วตายฟรี ซ้ำ **
July 18 Updating (Myself) About Thailand :-)Due to the fact that I do not constantly read the news, there are many things that I've missed. Let's see how good you are about the news in Thailand. Let me know how many questions you answer correctly. :-) The answers are in white, right under the question, so you have to highlight the text to see the answers.
ใครไม่อ่านข่าว ยกมือขึ้น :P กวางเนี่ยะแหละ อิอิ จะบอกว่าปกติ ไม่เคยอ่านข่าวเลย วันนี้ได้ไปอ่านโน่นอ่านนี่ เลยเอามาแปะไว้ ลองมาดูกันว่า ใครอ่านข่าวบ้าง ถ้าอ่านแล้วเม้นท์ไว้นะ ว่าตอบคำถามถูกกี่ข้อ :-) อ่านคำตอบได้โดยการ ไฮไลท์ ข้อความใต้คำถามนะคะ
1. When will the Thailand 2007 referendum be held?
จะมีการออกเสียงประชามติรับ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ วันที่เท่าไหร่
Answer:
Thailand's new constitution will be put to a national referendum on August 19, 2007.
วันที่ 19 สิงหาคม 2550
เท่าที่อ่านดู จะไม่มีการออกเสียงในต่างประเทศนะ งั้นคนอยู่ต่างประเทศอด
อันนี้เป็นร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าอยากอ่านค่ะ http://www.parliament.go.th/parcy/sapa_db/committee0-upload/0-20070418180610_constitution%20draft.pdf
2. Who is the current Thai prime minister?
นายกคนปัจจุบันของไทย ชื่ออะไร
Answer:
General Surayud Chulanont, 1 October 2006 - Present http://en.wikipedia.org/wiki/Prime_Minister_of_Thailand
3. How did the Chiang Mai Zoo attempt to boost panda mating? :P
สวนสัตว์เชียวใหม่ ใช้วิธีใดในการกระตุ้นการผสมพันธุ์ของ ช่วงช่วง กับ หลินฮุ่ย
Answer:
4. Does forwarding porn violate Thai law?
การส่งต่อเมลล์ที่ล่อแหลมเป็นความผิดทางกฎหมายหรือไม่
Answer:
Yes, it violates the new cyber crime law that has just been approved http://www.bangkokpost.com/topstories/topstories.php?id=118646
ผิด พรบ ว่าด้วยการทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 http://www.komchadluek.net/2007/07/18/a001_127537.php?news_id=127537
5. How many bahts is $1?
ตอนนี้กี่บาทเท่ากับหนึ่งดอล
Answer:
33.342 Baht/US Dollar as of July 17, 2007 (bot.or.th)
Enjoy!
นึกไม่ออกแล้ว แค่นี้ก่อนละกัน |
|
|